วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

petrified wood


petrified wood

        Petrified Wood (English: petrified wood) is one kind of plant fossils. The timber of the landfill beneath the surface in the absence of oxygen, the wood is rotting. And was immersed in an aqueous solution of silica at a concentration high enough. In environments where wood is exposed to oxygen and silica solution as a solution to the silica precipitation in the form of silica gel. Collection of molecules representing the wood. (Replacement) until the beam is switched to organic beef meat, silica rock, but retains the original wood structure.

          With a hundred thousand times a year or more. Petrified wood is a gradual loss of water in small increments and gradually evolved into a colorful opal. Depending on the stigma, which is a mineral assemblage of silica oxide in the flesh. The minerals of various colors as well.

Who do you see us at. 089-5851214 Mr.Toy Korat

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

เพชรบ้านนา(แม่พันธุ์) สายคุณเทิดเกียรติครับ...

              ชวนชมที่ถือว่าใช้เวลาเลี้ยงยาวนานที่สุด ที่จะได้ชื่นชมผลงานการเลี้ยงเราต้องใช้เวลาเลี้ยงยาวนานถึง 5 ปี จึงจะเริ่มเห็นความสวยงามของชวนชมเพชรบ้านนา แต่เมื่อผลงานปรากฏ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเลี้ยงก็มลายหายสิ้นไป...ตอนเล็ก ๆ ถือว่าชวนชมเพชรบ้านนามีความขี้เหร่สุด ๆ พอ ๆ กับราชินีพันธุ์ดอก คนที่เข้าใจจุดนี้จะอดทนเลี้ยงอย่างมุ่งมั่น ผมคนหนึ่งที่กำลังจะได้ชมผลงานของตัวเอง จุดเริ่มต้นก็เพาะเมล็ดสายของคุณอนุชา และผมก็ตัดสินใจซื้อแม่พันธุ์ชวนชมเพชรบ้านนามาหลายต้น ที่เน้น ๆ ก็สายคุณเทิดเกียรติกับสานคุณอนุชา ทั้งนี้ก็เพราะว่าคุณเทิดเกียรตินั้นเป็นลูกชายของลุงเสริมผู้สร้างตำนานเพชรบ้านนาโดยเอากิ่งแม่พันธุ์มาจากประเทศในตะวันออกกลาง สวนคุณอนุชา ผมเข้าใจว่าท่านเป็นหลานแท้ ๆ ของลุงเสริมครับ...ส่วนสายอื่น ๆ เช่น สายคุณประภาส บางใหญ่ สายอยุธยา (เป็นสายที่เกษรดอกไม่แลบ) ก็นิยมเล่นไม่แพ้กัน มาดูแม่พันธุ์กันก่อนนะครับ


ต้นแม่พันธุ์เพชรบ้านนา เริ่มใให้ดอกแล้วครับ...


ภาพมุมไกล ๆ


ช่อล่างดูใกล้ ๆ ครับ...


พุ่มบนครับ...


เวลาใกล้ ๆ กัน......


สองสัปดาห์ต่อมา...


มุมใกล้ ๆ กัน...


ทั้งหมดแถวตรง...
          การเขี่ยผมใช้ภู่กันของสง่ามยุระ เบอร์ 1 โดยชุบกาวร้อนให้แข็ง เวลาเขี่ยให้ใช้ภู่กันแตะยางที่ดอกชวนชมเล็กน้อยเพื่อให้เกษรติดกับภู่กันง่ายขึ้น ฉีกดอกให้เห็นร่องกลีบดอก ลากตามร่องกลีบดอก เบา ๆ เมื่อเกษรติดมาก็จรดปลายภู่กันที่บริเวณร่ิงเกษร และลากเบา ๆ อีกครั้งหนึ่งเป็นเสร็จพิธี...


ผลงานปีนี้ดีเกินคาด เนื่องจากอากาศเป็นใจ...


ฝักดก ๆ ใกล้ ๆ...


ฝักใหญ่ ๆ ...


ใบออกสีตะกั่วอมฟ้านิด ๆ ...


เกษรดอกต้องแลบแบบนี้ ยกเว้นสายทางจังหวัดอยุธยสที่เกษรไม่แลบ...
ประมาณปายเดือนเมษายา 2555 ฝักจะแก่จัดและแตก ปีนี้จะเพาะซัก 400-500 ต้น เมล็ดที่เหลือประมาณ 500 เมล็ด จะแบ่งขาย ใครสนใจ ก็สั่งจองได้ครับ 089-5851214 ต้อย โคราช ...

**********************

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

บ้านสวนชวนชม พ.ศ. 2555...

         ตั้งแต่เริ่มทำสวนมาในปี พ.ศ. 2552 ปลาย ๆ ปี จนวันนี้ ปี 2555 ก็ได้สองขวบปีเต็ม ๆ ผมได้เขียนบล็อคที่เล่าความเป็นมาและมีบทความให้ความรู้ รวมแล้วกว่า 20 เรื่อง บางเรื่องก็ได้ลบไปแล้วเพื่อลดความจุของเนื้อหาที่จะทำให้ดูบล็อคไม่สะดวก คือมันจะช้าไม่ทันใจ ผมเริ่มรู้จักชวนชมมาตั้งแต่ไปนมัสการหลวงพ่อคง ที่อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ตอนนั้นได้ชวนชมมาจากคุณจรัญ  วงษ์ประเสริฐ ท่านเป็นชลประทานอำเภอคง ตั้งแต่นั้นมาก็พยายามหาความรู้ ทำผิด ๆ ถูก ๆ มานับสิบปี หลายปีที่เลิกสนใจ แต่ชวนชมก็ไม่เคยตาย ได้ลูกมาก็แบ่งปันเพื่อน ๆ และพี่ ๆ สวนต้นที่ผมชอบมาก ผมได้ย้ายมาจากอำเภอปากช่อง และต่อมาก็ย้ายไปไว้ที่สวนบัวขาวชวนชม ที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา อายุไม้ ตอนนี้ก็ประมาณ 12 ปี ดูภาพเก่า ๆ ก่อนครับ


ภาพนี้สมัยอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา


ดอกไม่ดกเท่าไหร่


ดูช่อดอกใกล้ ๆ 


ช่วงต่อมาประมาณสามสัปดาห์


หนึ่งเดือนต่อมาดอกดกมากขึ้น ต้นกลางราชินีดำครับ...


ช่อดอกจะแน่นมากครับ

             หลังจากนั้นในปี 2553 กลาง ๆ ปี ก็ถูกย้ายจากอำเภอเมือง ไปไว้ที่สวนบัวขาวชวมชม ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ในปี 2553 จึงกระทบต่อการให้ดอก และก็ไม่อยากถ่ายรูปมาให้ดู เพราะขาดความสวยงามไปมาก จนมาปีที่ผ่านมาคือปี 2554 ความสวยงามก็เริ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง...


แต่ความสวยงามของราชินีพันธุ์ดอกก็ไม่เคยสร่างซา


ใกล้ ๆ เข้ามาก็ยิ่งดูดี


ดูดีนะครับเมื่อดูใกล้ ๆ 


ยิ่งใกล้ยิ่งสวยบาดใจ



1 มกราคม 2555...ก็มีความสวยงามกลับมาอีกถึงแม้จะไม่เต็มฟอร์ม แต่ก็รอปลาย ๆ ปี คงได้ชมความงามแบบเต็ม ๆ ซะที คนที่ยืนอยู่เป็นคนงานประจำสวนครับ...


รวยแต่ความสุขครับ...


คนนี้นายทุน เจ้าของสวนตัวจริงครับ...

       ผมมีลูกราชินีพันดอกต้นแม่ต้นนี้อยู่ประมาณ 300 ต้น อายุไม้ 2 ปี เศษ ๆ กำลังหัดตีดอก วันนี้มีรูปตัวอย่างอยู่รูปเดียว วันหน้าจะถ่ายมาให้ดูเพิ่มเติม ราคาตั้งแต่ 200 บาท จนถึง 500 บาท ถ้าไปเลือกเองที่สวนคิดครึ่งราคาครับ... ติดต่อขอชมสวน (เล็ก ๆ) หรือสั่งซื้อ 
ที่โทร 089-5851214 ต้อย โคราช...ขอบคุณมากครับ...


ตัวอย่างไม้ ใหญ่ ๆ มีมาก เชิญเลือกเองที่สวน


แผนที่สวนบัวขาว  อ.สีคิ้ว  จ.นครราชสีมา

******************

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ชฏาเพชรรุ่นแรก ๆ ในกระถาง 55 นิ้ว....


               วันนี้เอาราชินีพันดอกไปส่งให้พันธมิตรที่สีคิ้ว 1 คันรถ 6 ล้อ เป็นราชินีพันดอกทั้งหมด อายุต้นร่วม 5 ปี แล้วกำลังตีดอกเป็นช่อ ๆ น่าอิจฉาเจ้าของเขาจริง ๆ วันหน้าจะเอาภาพและดอกสวย ๆ มาเล่าสู่ฟังเจ้าของเป็นข้าราชการบำนาญ ขนไปยังไม่ถึงรีสอร์ทท่านเลยรถจอดเติมน้ำมันมีคนมาขอเหมาไปทั้งรถ บังเอิญท่านมีเงินแต่ไม่มีชวนชมก็เลยไม่ได้ขายเพราะท่านตั้งใจเอาไว้ดูดอกสวย ๆ หลังจากทำงานมานาน
               วันนี้ตั้งใจเอาชวนชมพันธุ์ชฏาเพชรที่สั่งเมล็ดมาเพาะเอง แต่ยังไม่ให้ดอกนะครับ ดูต้นกับรากที่กำลังจะสวยก่อนนะครับ ในส่วนนี้จะมีบางคล้ากับหนองแหนสอง-สามต้นมาโชว์ให้ดูครับไม่สวยก็ดูไปก่อนนะครับ..


บางคล้า NSD รับจากคุณ TIT80 อ.โชคชัย นครราชสีมา


การเดินกิ่งสวยมาก ๆ กำลังตีดอกแล้วครับไม่นานจะมาอัพเดทให้ดูครับ


หนองแหนกิ่งดำ ๆ กำลังตีดอกครับ...ต้นนี้จากสวนคุณหนุ่ม หนองแหนครับ...


บางคล้ากิ่งดำสวย ๆ อายุยังน้อยแต่โตเร็วครับ


ต้นนี้ก็หนองแหนครับ...จากสวนคุณหนุ่มเช่นกัน...


ต่อไปนี้เป็นชฎาเพชรทั้งหมดครับ...


ชฎาเพชรหัวยุ่งออกแนววัยรุ่นชอบครับ...


ชฎาเพชรทั้งนั้นเลยครับ...


ชฎาเพชรใบด่าง ๆ รับเมล็ดจากคุณโอครับ...


นี่ก็ชฎาเพชรอีกครับ...


นี่ก็ชฎาเพชร ที่เริ่มตีดอกสวย ๆ ให้ชมแล้วครับ...


ชฎาเพชรทุกต้นจัดรากไว้ประมาณ 3 ครั้งแล้วครับ...


ประมาณว่าต้นสวย รากสวย กิ่งและใบสวย...


ภาพรวม ๆ ชุดนี้เปลี่ยนกระถางได้ซัก 20 ต้น แล้ว ...


รวม ๆ ครับ...มีอีกหลายต้นที่รอเปลี่ยนกระถางแต่ยังไม่มีเวลาเลยครับ...


ต้นนี้ก็รอเปลี่ยนกระถางใหญ่ แต่เป็นเขาหินซ้อนที่ตีดอกตั้งแต่เล็ก ๆ อยู่...
ดูชฎาเพชรบางส่วนนะครับวันว่างเมื่อมีดอกสวย ๆ จะเอามาอัพเดทให้ดูอีกครับ..
ขอบพระคุณผู้ผ่านมาเยือนและสมาชิกที่ติดตามมาโดยตลอด ผมขอให้ท่านและครอบครับจงมีความสุขตลอดปี 2555 นะครับ ขอให้ท่านได้หัวเราะอย่างมีความสุขตลอดทั้งปีนะครับ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ......
********************

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ฟักข้าว ผักพื้นบ้านที่โกอินเตอร์...



ฟักข้าว ผักพื้นบ้านที่โกอินเตอร์
                         ฟักข้าว เป็นผักพื้นบ้านที่คนทางภาคเหนือและภาคอีสานบ้านเรากินกันอยู่เป็นประจำ โดยจะกินยอดอ่อนและผลอ่อน เป็นผักลวกนึ่งกินกับน้ำพริกหรือแกงกิน เรามักจะพบผลอ่อนและยอดอ่อนของฟักข้าววางขายอยู่ในตลาดตามชุมชนทางภาคเหนือ โดยเฉพาะแถบจังหวัดเชียงใหม่


ยอดอ่อนฟักข้าว ผัดน้ำมันหอยอร่อยสุด ๆ หรือจะเเกงเรียงใส่ปลาแห้ง


ดอกฟักข้าวจะออกสีขาว ๆ กรวยดอกอมเหลืองเล็กน้อย

                    ในภาคอีสานนั้นชาวบ้านจะกินยอดอ่อนและผลอ่อนเป็นผักโดยจะเรียกฟักข้าวว่า หมากอูบข้าว  เนื่องจากลักษณะผลจะคล้ายคลึงกับ  อูบข้าว ภาชนะใส่ข้าวเหนียวของคนอีสาน มีลักษณะคล้าย ๆ กระติบข้าวเหนียวแต่มีรูปทรงรี เล็กน้อยเกือบกลม  นอกจากจะกินยอดอ่อนและผลอ่อนแล้ว ชาวบ้านแถวอีสานยังรับประทานเนื้อหุ้มเมล็ดสีแดงรสจืด ๆ มัน ๆ เป็นของทานเล่นอีกด้วย  ส่วนเนื้อในกับเมล็ดก็มีหมอยาบางคนเอามารับประทานเพื่อรักษาโรคเช่นกัน แต่ยังไม่แพร่หลายนัก


ลูกอ่อนฟักข้าว



ลูกด้านขาวกำลังแก่จัด ลูกซ้ายมือกำลังสุก



ลูกฟักข้าวที่เริ่มสุกแล้วจะออกสีแดงจัด

ฟักข้าว ผักรวย ไลโคพีน
กินลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก
                        เมื่อไม่นานมานี้มีการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับผักเวียดนามชนิดหนึ่งชื่อ  แกก (Gac)” ซึ่งมีสรรพคุณต้านมะเร็งอย่างแพร่หลาย  ผักที่ว่านี้คือฟักข้าวนั่นเอง  ฟักข้าวมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังกลาเทศ มาเลเซีย  และฟิลิปปินส์  ในบรรดาประเทศเหล่านี้คนเวียดนามดูเหมือนจะนิยมกินฟักข้าวมากกว่าชนชาติอื่น ๆ โดยมักปลูกฟักข้าวพาดไม้ระแนงข้างบ้าน และเก็บเฉพาะผลสุกมาประกอบอาหาร โดยจะเอาเยื่อสีแดงจากผลฟักข้าวที่สุกแล้วพร้อมเมล็ดมาหุงกับข้าวเหนียวทำให้ข้าวมีสีแดง ใช้ในเทศกาลปีใหม่และงานมงคลสมรสเท่านั้น เพราะเชื่อว่าสีขาวไม่เป็นมงคล  ปัจจุบันพบว่าเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวสีแดงนั้นมีสารชื่อ ไลโคพีน โดยจะมีสารไลโคพีนสูงสุดในบรรดาผักผลไม้ที่ให้ไลโคพีนทั้งหลาย เช่น  มะเขือเทศสุก 31 ไมโครกรัม / กรัม  แตงโม 41 ไมโครกรัม / กรัม  ฝรั่ง 54 ไมโครกรัม / กรัม     ส้มโอ 33.6 ไมโครกรัม / กรัม  เยื่อเมล็ดฟักข้าวให้ไลโคฟีลถึง 380 ไมโครกรัม / กรัม เป็นต้น

เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวมีสีแดงอมส้มจัดมีสารไลโคพีนสูงมาก

                   ไลโคพีน เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบได้ในผักและผลไม้บางชนิด มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น เมื่อร่างกายของเราได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ วงการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่ามีผลลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และที่สำคัญพบว่าไลโคพีนมักจะไปสะสมบริเวณต่อมลูกหมากและผิวหนัง อย่างไรก็ตามการต้านอนุมูลอิสระนั้นต้องทำงานกันเป็นทีม ดังนั้นควรจะรับประทานอาหารให้หลากหลาย  ที่สำคัญคือรายงานการศึกษาสมัยใหม่มีความขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลาว่าปริมาณสารไลโคพีนมีประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากจริงหรือไม่ แต่เมื่อไม่นานนี้พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับสารไลโคพีนมีปริมาณของสารที่เป็นตัวชี้วัดสุขภาพของต่อมลูกหมาก prostate-specific antigen (PSA) ลดลง ซึ่งหมายถึงสุขภาพ ของต่อมลูกหมากดีขึ้น ในขณะที่กลุ่มควบคุมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการรับประทานผักที่มีสาร ไลโคพีนสูงจึงมีประโยชน์ต่อผู้ชายซึ่งมักจะมีปัญหาของต่อมลูกหมากเมื่อสูงวัยขึ้น


แกงเรียงฟักข้าวที่ใส่ลูกอ่อนฟักข้าว ฟักทองพร้อมกุ้งสด

                    ปัจจุบันมีรายงานการศึกษาวิจัยของฟักข้าวต่อการรักษาและป้องกันมะเร็งในประเทศต่างๆ เช่น ประเทศจีน พบว่าโปรตีนจากเมล็ดฟักข้าวมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับในหลอดทดลอง ประเทศเวียดนามพบว่าน้ำมันจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ ประเทศไทยพบโปรตีนในเมล็ดฟักข้าวมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็งโดยจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว



ผลิตภัณฑ์น้ำฟักข้าว



ผลิตภัณฑ์น้ำฟักข้าวอาจผสมน้ำเสาวรสหรือน้ำมะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติ และอาจทำไอศกรีม และแยม

                    งานวิจัยอื่นในต่างประเทศพบว่า เมล็ดแก่ของฟักข้าวมีโปรตีน
มอร์มอโคลซิน-เอส และโคลซินิน-บี มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซมซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรดอะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลอง ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนาเภสัชภัณฑ์ต้านมะเร็งได้ในวันข้างหน้า ประเทศญี่ปุ่นทำการวิจัยพบว่า โปรตีนจากสารสกัดน้ำของผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลอง และน้ำสกัดผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยทำให้เซลล์แตกตาย จากการศึกษาที่ผ่านมาจะเห็นว่าในส่วนที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งนั้นมาจากสารโปรตีนในเมล็ดแก่ น้ำมันจากเยื่อหุ้มเมล็ด น้ำสกัดจากผล แต่ในส่วนของเนื้อในเมล็ดนั้น เนื่องจากไม่มีการรับประทานกันทั่วไปอย่างกว้างขวาง จึงควรที่จะต้องศึกษาหาความปลอดภัยก่อนที่จะนำมาใช้กิน ส่วนเยื่อหุ้มเมล็ดนั้นมีการทำเป็นเครื่องดื่มออกจำหน่ายกันบ้างแล้วในต่างประเทศ สำหรับท่านที่ปลูกฟักข้าวไว้ ก็อาจจะรวบรวมสารเยื่อหุ้มเมล็ดตากเก็บไว้ชงน้ำกินเป็นเครื่องดื่มบำรุงสายตา บำรุงสุขภาพก็ได้ ในส่วนที่เป็นผลนั้นชาวบ้านกินกันโดยทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้นการปลูกการกินฟักข้าวมีแต่ประโยชน์กับประโยชน์

ผลิตภัณฑ์จากฟักข้าวแบบแคปซูลง่ายต่อการรับประทาน

ฟักข้าว ยาเย็นแก้ไข้ แก้พิษ
                  ฟักข้าวเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้เป็นยาดับพิษร้อนถอนพิษไข้ มักจะพบการใช้เถา ราก หรือใบ เป็นส่วนประกอบของการรักษา การถอนพิษผิดสำแดง ดับพิษไข้ทั้งปวง แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษอักเสบ แก้กษัย แก้พิษฝี แก้ปวดบวม ดูดหัวฝี แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ฆ่าเหา รวมทั้งใช้สระผมแทนแชมพู ส่วนของเมล็ดก็นิยมใช้เป็นยาทาภายนอกโดยตำผสมกับน้ำมันงาหรือน้ำมันมะพร้าวในการรักษาหูด อาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ อาการผื่นคัน และโรคผิวหนังติดเชื้อต่างๆ
ฟักข้าว อาหารพื้นบ้าน ใครทานก็ติดใจ
                     ผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวรสชาติเหมือนมะละกอดิบ นิยมลวกหรือต้มให้สุก ต้มกะทิจิ้มน้ำพริก แจ่ว ป่น ลาบหรือแกงกิน ยอดอ่อน ใบอ่อนเช่นกันกับยอดบวบ ยอดฟักทอง นำมานึ่งหรือลวกให้สุกกินกับน้ำพริก แจ่ว ป่น ลาบ หรือนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค ผลสุกกินได้รสหวานปะแล่มๆ แต่เนื้อน้อยกว่าแตงไทยมาก เยื่อหุ้มเมล็ดนิยมนำมากินเล่น รสจืดๆ มันๆ สัตว์ป่าจำพวกหมูหริ่ง เก้ง บ่าง ชอบมากินผลสุกที่ร่วงลงมา แล้วช่วยกระจายพันธุ์ให้กับฟักข้าวในธรรมชาติ

ดอกและลูกอ่อนฟักข้าว
 ฟักข้าวเป็นผักพื้นบ้านที่คนปัจจุบันหันกลับมาให้ความสำคัญกันมากด้วยกลัวการเป็นมะเร็ง นับเป็นปัญหาสุขภาพที่คร่าชีวิตคนไทยไปปีละไม่น้อยกว่า ๖๐,๐๐๐ คน นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้คนไทยได้หันกลับมาศึกษาภูมิปัญญาของปู่ย่าตายาย เพื่อนำมาปรับใช้กับสังคมสมัยใหม่อย่างรู้เท่าทันและเข้าใจ 
               …ขอขอบพระคุณข้อมูลและภาพจากเวปไซด์ต่าง ๆ ขอมอบความดีของท่านเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจทุก ๆ คน...
ที่มา : http://thrai.sci.ku.ac.th/node/1490